Skip to content
Home » 9 ประโยชน์ของบ๊วยที่รู้แล้วต้องหลงรักบ๊วยยิ่งขึ้น

9 ประโยชน์ของบ๊วยที่รู้แล้วต้องหลงรักบ๊วยยิ่งขึ้น

9 ประโยชน์ของบ๊วยที่รู้แล้วต้องหลงรักบ๊วยยิ่งขึ้น

บ๊วยเป็นผลไม้เล็กๆ ที่ออกผลในช่วงเดือนมิถุนายน คนญี่ปุ่นนิยมนำบ๊วยมารับประทานในแบบที่เป็นน้ำเชื่อมบ๊วย เหล้าบ๊วย และบ๊วยดอง เป็นต้น ซึ่งนอกจากสร้างความอร่อยและความสดชื่นแล้วบ๊วยยังมีประโยชน์มากมายจนแทบไม่น่าเชื่อ เรามารู้จักคุณค่าทางอาหารและประโยชน์มากมายของบ๊วยกันนะคะ

1. อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่สูง

บ๊วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย บ๊วย 1 ผลมีแคลเซียมและธาตุเหล็กสูงกว่าแอปเปิ้ล 4 และ 6 เท่าตามลำดับ นอกจากนี้บ๊วยยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียมและสังกะสีซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพที่ดี

2. อุดมไปด้วยกรดอินทรีย์ ได้แก่ กรดซิตริกและกรดมาลิก

กรดซิตริกและกรดมาลิกช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย และช่วยในการเปลี่ยนสารอาหารไปเป็นพลังงาน ซึ่งมีประโยชน์ในการลดความเหนื่อยล้าของร่างกายและช่วยไม่ให้แก่ก่อนวัย

3. ช่วยให้เจริญอาหาร

กรดซิตริกจะส่งเสริมการขับน้ำลายและช่วยให้เจริญอาหาร อีกทั้งยังส่งเสริมการหลั่งน้ำย่อยและเอนไซม์สำหรับย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายย่อยสลายและดูดซึมอาหารได้ดี นอกจากนี้กรดพิตริก (Picric acid) ในบ๊วยจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายคล่อง

4. ช่วยสร้างสมดุลของกรดและด่างในร่างกายเพื่อคงสุขภาพที่ดีไว้

คนที่มีสุขภาพดีนั้นของเหลวในร่างกาย ได้แก่ เลือดและของเหลวเซลล์จะมีสภาพที่เป็นด่างเล็กน้อย การรับประทานอาหารหลายชนิด เช่น ข้าว แป้ง ของหวาน ปลา เนื้อสัตว์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น จะทำให้ของเหลวในร่างกายมีความเป็นกรด เมื่อของเหลวในร่างกายมีความเป็นกรดจะทำให้เลือดขุ่นและไหลเวียนได้ไม่ดี ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ การรับประทานอาหารที่มีความเป็นด่าง เช่น บ๊วยดอง จะช่วยให้ของเหลวในร่างกายมีสภาพเป็นด่าง ซึ่งส่งผลให้เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลในการเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงไม่ป่วยง่าย จากการวิจัยพบว่า บ๊วยเพียง ½ -1 เม็ด หรือประมาณ 5 กรัมจะสามารถทำปฏิกิริยาลบล้างฤทธิ์ของกรดที่เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ 100 กรัมได้

5. ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กได้ดี

แม้จะรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมมากแต่บางทีแคลเซียมก็ไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ อีกทั้งยิ่งอายุมากขึ้นอัตราการดูดซึมแคลเซียมเข้าร่างกายจะค่อยๆ ลดลง กรดอินทรีย์ เช่น กรดซิตริกจะช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายและป้องกันการนำแคลเซียมออกจากกระดูก กล่าวคือการรับประทานบ๊วยเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายรักษาระดับแคลเซียมไว้ได้ดี

6. ช่วยให้ตับทำหน้าที่ได้ดี

บ๊วยดองประกอบไปด้วยกรดไพรูวิก (Pyruvic acid) ซึ่งมีผลทำให้ตับมีการทำงานที่ดี คนญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมรับประทานบ๊วยดองก่อนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันอาการเมาค้าง

7. ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน

ในการผลิตแยมหรือสารสกัดจากบ๊วยที่ผ่านความร้อน จะทำให้น้ำตาลเข้าทำปฏิกิริยากับกรดซิตริก ได้เป็นสารชื่อ มุเมะฟิวรัล (Mumefural) ซึ่งมีสรรพคุณในการเสริมสร้างการไหลเวียนที่ดีของเลือด ป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว เป็นต้น

8. ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

กรดซิตริกในบ๊วยดองมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี คนญี่ปุ่นจึงมักใช้เป็นไส้ข้าวปั้นในช่วงฤดูร้อน เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากความร้อนแล้วก็ยังช่วยป้องกันไม่ให้ข้าวบูดด้วย นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่าบ๊วยดองสามารถต้านการเจริญของแบคทีเรีย Helicobacter pylori ซึ่งเป็นแบคที่เรียที่ก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและเยื่อบุลำไส้เล็ก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้

 

9. ช่วยชะลอความแก่

บ๊วยอุดมไปด้วยโพลีฟีนอลและวิตามิน E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ และป้องกันรอยเหยี่ยวย่นและจุดด่างดำบนผิวหนัง

บ๊วยเป็นผลไม้ที่ไม่สามารถรับประทานแบบดิบๆ ได้ คนญี่ปุ่นจึงนำบ๊วยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ๊วยดอง หนึ่งในซุปเปอร์ฟู้ดของคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนญี่ปุ่นหามารับประทานได้ตลอดทั้งปี คราวหน้าจะมาเล่าวิธีการนำบ๊วยดองมารับประทานให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายให้รู้กันนะคะ    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย